
พช.ลำพูน ร่วมจัดกิจกรรมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่ายครัวเรือน ตามโครงการ “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” พร้อมขยายผลโครงการ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน”
วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 15.00 น. ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นางณัษฐพร ชูวงศ์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน นำคณะแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกิจกรรมสร้างความมั่นคงทางอาหารและลดรายจ่ายในครัวเรือน ภายใต้โครงการ “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” ควบคู่กับการขยายผลโครงการ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” โดยร่วมกันปลูกพืชผักสวนครัว ณ แปลง “ปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้” อาทิ กระเจี๊ยบเขียว มะเขือยาว ผักสลัด ผักกาด ถั่วฝักยาว พริก มะเขือ สะระแหน่ ต้นหอม ผักชี ตะไคร้ และคะน้า
ในการนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน นำโดยนางลัดดา พรหมเมือง พัฒนาการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยผู้อำนวยการกลุ่มงาน เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน พนักงาน และลูกจ้าง เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
จากนั้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมเรียนรู้การจัดการขยะอินทรีย์และขยะเปียกในครัวเรือน โดยการใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 เพื่อผลิตปุ๋ยหมัก ซึ่งเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและวัสดุอินทรีย์ต่าง ๆ ช่วยให้การผลิตปุ๋ยหมักเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ
โอกาสนี้ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้นำเยี่ยมชมฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี (Cage-Free) ซึ่งเป็นระบบการเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ขังกรง หรือจัดพื้นที่ให้ไก่สามารถเคลื่อนไหวและแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้อย่างอิสระ ส่งผลให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยได้รับการสนับสนุนไก่จากบริษัท เกษมชัยฟู้ด จำกัด (KCF)
การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการประกาศเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนโครงการ “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการขยายผลโครงการ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ด้านการเกษตรในครัวเรือน ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ โดยมุ่งหวังให้จวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนเป็นต้นแบบ ก่อนขยายผลสู่ส่วนราชการและภาคประชาชน เพื่อปลูกจิตสำนึกให้เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการปลูกผักกินเอง อันจะช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่ายในครัวเรือน เสริมสร้างความสามัคคีของชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริต่อไป