
พช.ลำพูน ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะเนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2569
วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมศาลากลางจังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะเนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2569 วันที่ 11 กรกฎาคม 2569
โดยมีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางณัษฐพร ชูวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ อัยการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน สมาชิกแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน จิตอาสาพระราชทาน และ พสกนิกรชาวจังหวัดลำพูนเข้าร่วมในพิธี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อันทรงคุณูปการต่อประเทศชาติ และ เพื่อเป็นการธำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย
ในการนี้นางลัดดา พรหมเมือง พัฒนาการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนางสาวสมหมาย ประทุมเทพ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน ข้าราชการ และพนักงาน ในสังกัดเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า ด้วยปรากฎหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นที่แน่ชัดว่า วันที่ 11 กรกฎาคม พุทธศักราช 2231 เป็นวันเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและนับถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 337 โดยที่พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ประเทศชาติ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นพระราชโอรส ในสมเด็จพระเจ้าปราสาททองพระมหากษัตริย์ผู้ครองกรุงศรีอยุธยา พระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ เดือนยี่ ปีวอก พุทธศักราช 2175 ซึ่งในวันประสูตินั้น พระประยูรญาติเหลือบเห็นเป็น 4 กร สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง จึงพระราชทานนามว่า พระนารายณ์มหาราชกุมาร ครั้นเมื่อพระชนมายุได้ 25 พรรษา ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ องค์ที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา เสวยราชย์ที่กรุงศรีอยุธยาได้ 10 ปี จึงทรงมีพระราชดำริให้สถาปนาเมืองเก่า คือ เมืองลวธานี หรือลพบุรี ในปัจจุบันเป็นราชธานีที่สอง และเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับที่ลพบุรี ปีละ 8 เดือน
พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มิได้มีแต่เพียงการสร้างลพบุรีเป็นราชธานีที่สองเท่านั้น ประวัติศาสตร์ของชาติจารึกพระราชกรณียกิจไว้นานัปการ ทรงเป็นกษัตริย์นักรบผู้กล้าหาญ ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจ ที่เกี่ยวกับการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศเป็นพระมหากษัตริย์ เพียงพระองค์เดียว ในบูรพาประเทศที่เป็นมิตรกับชาวยุโรป ด้วยพระวิจารณญาณอันสูงส่ง ได้ดำเนินการทูตด้วยความละเอียดสุขุมรอบคอบ ทรงจัดให้มีการแลกเปลี่ยนทูต นับได้ว่าทรงบรรลุจุดสูงสุดของการทูตไทย เป็นผลให้เกิดการถ่ายเทอารยธรรม ยังความเจริญในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ การค้าและสถาปัตยกรรมแก่สยามประเทศ นอกจากนี้ พระองค์ทรงมีพระปรีชาในด้านศิลปะวรรณคดีเป็นอย่างยิ่ง ได้ทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีไทยหลายเรื่อง ได้แก่ พระราชนิพนธ์โคลง เรื่อง ทศรถสอนพระราม พาลีสอนน้อง ราชสวัสดิ์ และสมุทรโฆษคำฉันท์ เป็นต้น สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จดำรงราชสมบัตินานถึง 32 ปี จึงทรงพระประชวร และเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พุทธศักราช 2231 สิริรวมพระชนมายุได้ 51 พรรษา ยังความโศกสลดแก่ปวงชนชาวไทยสุดจะพรรณนาได้
+++++++++++++++++++
ข่าวประชาสัมพันธ์ :
กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน
สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน